top of page
ค้นหา
  • รูปภาพนักเขียนi-Admin

จะ Work From Home ทั้งที บริษัทต้องมีระบบรักษาความปลอดภัยข้อมูลที่รัดกุม

อัปเดตเมื่อ 23 มิ.ย. 2566



การแพร่ระบาดของโควิด-19 ทำให้หลายๆ องค์กรหันมาให้ความสนใจกับการปรับโครงสร้างการทำงานสู่วิถีแบบ Work from home (WFH) กันมากขึ้น จนกลายมาเป็นรูปแบบการทำงานที่พบได้ในหลายๆ บริษัทในทุกวันนี้ การทำงานในรูปแบบใหม่นี้เปิดโอกาสให้พนักงานสามารถเข้าถึงทรัพยากรที่จำเป็นต้องใช้อย่างไร้ข้อจำกัดในด้านสถานที่ พนักงานสามารถเข้าถึงไฟล์เอกสาร แอปพลิเคชัน หรือบริการต่างๆ ที่เอื้อต่อการสร้างสรรค์ผลงานอย่างมีประสิทธิภาพในพื้นที่ที่เป็นมิตรต่อการทำงานในสไตล์ของตนเอง ถึงแม้สถิติการแพร่ระบาดจะลดน้อยลงไปบ้างแล้ว แต่ก็ยังเป็นหัวข้อที่ต้องระมัดระวังอยู่เสมอต่อจากนี้ วิถีการทำงานแบบใหม่ ที่พนักงานสามารถทำงานได้จากบ้าน หรือที่ไหนก็ได้นี้เอง ไม่เพียงแต่ลดความเสี่ยงในการแพร่ระบาดของโควิด-19 เท่านั้น แต่ยังเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน และช่วยลดค่าใช้จ่ายในส่วนของงบประมาณสำหรับค่าเช่าออฟฟิศที่บริษัทต้องเสียในทุกๆ ปีอีกด้วย


สิ่งที่น่าสนใจคือเสียงตอบรับในเชิงบวกจากพนักงานต่อวิถีการทำงานรูปแบบใหม่นี้ สำหรับหลายๆ คนแล้วสิ่งนี้กลายเป็นปัจจัยสำคัญที่พวกเขาใช้ในการเลือกตัดสินใจร่วมงานกับบริษัทหรือองค์กรใหม่ๆ หากองค์กรเหล่านั้นไม่มีนโยบายให้ WFH และเน้นเฉพาะการเข้าทำงานที่ออฟฟิศเพียงอย่างเดียวเท่านั้น ก็ถือเป็นอันตกไปได้เลย


ดังนั้นแล้วจึงจำเป็นอย่างยิ่งที่บริษัทจะรักษานโยบายการทำงานในรูปแบบ WFH นี้ให้คงอยู่ต่อไป ถึงแม้อาจจะมีหรือไม่มีการแพร่ระบาดใดๆ อีกแล้วต่อจากนี้ เมื่อพนักงานได้รับความยืดหยุ่นให้สามารถทำงานจากที่ไหน เมื่อไร หรือจากอุปกรณ์เครื่องใดก็ได้ แน่นอนว่าประโยชน์ที่ได้รับตามมาคือประสิทธิภาพของการทำงานที่เพิ่มมากขึ้น ทั้งยังช่วยเพิ่มความสมดุลระหว่างชีวิตทำงานกับชีวิตส่วนตัว หรือที่เรียกกันว่า Work-life Balance อีกด้วย


เพราะฉะนั้นแล้ว เพื่อซัพพอร์ตการทำงานแบบ WFH ซึ่งตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของพนักงาน จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่บริษัทต้องดูแลจัดการการรักษาความปลอดภัยของข้อมูลเอาไว้ให้ดี เพื่อป้องกันการรั่วไหลของข้อมูลทางธุรกิจ ที่อาจถูกผู้ไม่หวังดีเจาะระบบเข้ามาโจมตีและนำข้อมูลที่ได้หาประโยชน์ในทางที่ไม่ควร โดยเฉพาะเมื่อ Server ของบริษัทอนุญาตให้มีการเข้าถึงข้อมูลได้จากระยะไกล ก็อาจตกเป็นเป้าโจมของแฮกเกอร์ได้มากขึ้น


ข้อปฏิบัติเบื้องต้นที่สามารถทำได้โดยง่าย เพื่อป้องกันเหตุการณ์ไม่พึงประสงค์ คือการเลือกใช้เครือข่ายอินเทอร์เน็ตที่ปลอดภัยและการทำงานผ่านอุปกรณ์ของบริษัท โดยในส่วนนี้อาจต้องขอความร่วมมือจากพนักงาน ทั้งหมดนี้ก็เพื่อผลประโยชน์ของบริษัทและตัวพนักงานเองด้วย


เมื่อพนักงานสามารถเลือกทำงานจากที่ไหนก็ได้ ก็เป็นไปได้ว่าสถานที่ทำงานอาจปรับเปลี่ยนไปเรื่อยๆ อาจเป็นคาเฟ่ ร้านอาหาร หรือโรงแรม ซึ่งจะมีอินเทอร์เน็ตฟรีให้บริการด้วย การเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตซึ่งเป็นเครือข่ายสาธารณะเช่นนี้เสี่ยงต่อการรั่วไหลของข้อมูลเป็นอย่างมาก ด้วยระบบความปลอดภัยของเครือข่ายที่มีค่อนข้างต่ำ ไม่ได้แน่นหนาหรือมีการป้องกันที่เทียบเท่าระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ตของบริษัท จึงควรหลีกเลี่ยงการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตสาธารณะที่มีระดับความปลอดภัยต่ำ ทำให้เสี่ยงต่อการเจาะระบบข้อมูลจากผู้ไม่หวังดี


บางบริษัทอาจมีข้อตกลงที่อนุญาตให้พนักงานสามารถทำงานจากอุปกรณ์ส่วนตัวได้ อาจเป็นเพราะความถนัดคุ้นชินที่มีต่ออุปกรณ์ชิ้นนั้นๆ ซึ่งสามารถผลักดันศักยภาพของพนักงาน เพิ่มประสิทธิภาพของผลงานได้ แต่ถึงอย่างนั้นอุปกรณ์เหล่านี้ ไม่ว่าจะเป็นแล็ปท็อป PC หรือ แท็บเล็ต เป็นของใช้ส่วนตัว ที่ไม่ได้ผ่านการติดตั้งโปรแกรมรักษาความปลอดภัย หรือลงทะเบียนว่าเป็นทรัพย์สินขององค์กรภายในระบบของบริษัท หากว่าโดนไวรัส หรือโดนแฮ็ก ก็จะต้องส่งผลกระทบมากถึงการเชื่อมต่อกับฐานข้อมูลของบริษัท ทำให้ข้อมูลสำคัญรั่วไหลหรือถูกทำลาย ยิ่งถ้าเครื่องถูกขโมย ไฟล์งานภายในอุปกรณ์ชั้นนั้นๆ ก็จะถูกเปิด ทั้งยังเชื่อมต่อเข้าสู่ฐานข้อมูลของบริษัทได้อย่างสบายๆ การทำงานจากอุปกรณ์ของบริษัทจึงปลอดภัยกว่า เพราะถึงแม้ว่าจะตกเป็นเป้าของผู้ไม่หวังดีจริง แต่ก็ยังมีหนทางในการป้องกัน ผ่อนสถานการณ์ความเลวร้ายจากหนักเป็นเบา เช่นอาจเลือกปิดกั้นการเข้าถึงข้อมูลของบัญชีผู้ใช้งานจากอุปกรณ์ชิ้นนั้นได้โดยตรง


ข้อปฏิบัติที่กล่าวไปข้างต้นนี้ ล้วนต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกฝ่ายภายในองค์กร แต่หากบริษัทไม่มีนโยบายการรักษาความปลอดภัยที่แข็งแรงไว้คอยรองรับ ความร่วมมือที่ดีก็ไม่สามารถป้องกันการเกิดเหตุการณ์เลวร้ายได้ การนำเทคโนโลยีอย่างเช่นระบบคลาวด์ เข้ามาช่วยจัดการในส่วนนี้ ถือเป็นทางเลือกที่สามารถทำได้และตอบโจทย์ความต้องการในด้านการรักษาความปลอดภัยได้ไม่น้อยทีเดียว

ดู 21 ครั้ง0 ความคิดเห็น
Post: Blog2_Post
bottom of page